ละครญี่ปุ่น : บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร Japanese Drama : One Litre of Tears / A Diary with Tears |
|
|
 
|
นำเสนอทาง ไทยทีบีเอส วันที่ออกอากาศ วันจันทร์ อังคาร เวลาออกอากาศ 20.30 น. เริ่มออกอากาศ วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2551
นักแสดงนำ Erika Sawajiri Nishikido Ryo
|
|
|
|

Aya เป็นเด็กสาวที่เพิ่งเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย ครอบครัวของเธอเป็นร้านขายเต้าหู้ ครอบครัวของเธอมีทั้งหมด 5 คนคือ พ่อ-แม่-Aya-น้องสาวคนรอง-น้องชายและน้องสาวคนเล็กเธอมีความรู้สึกที่ดีกับหนุ่ม Haruto ที่เป็นคนมองโลกและชีวิตในแง่ร้าย เพราะชีวิตของเขาถูกควบคุมโดยพ่อของเขา พ่อของเขาเป็นหมอที่โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งAya และ Haruto ถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าห้อง และต้องรับผิดชอบร่วมกันในการประกวดร้องเพลงประสานเสียงทั้ง Haruto และคนอื่นๆในห้องต่างก็โยนความรับผิดชอบ Aya คนเดียว แต่ Aya กลับต้องการให้ทุกคนทีส่วนร่วมในงานครั้งนี้จึงพยายามรวบรวมเพื่อนๆซึ่งก็มีผลตอบรับไม่ค่อยดีในตอนแรก Aya เริ่มได้รับประสบการณ์แปลกๆ ในช่วงหลังๆ นี้ เธอเริ่มมืออ่อนทำของหล่นบ้าง...มีปัญหาในการคีบอาหารด้วยตะเกียบบ้าง...หรืออยู่ๆ ก็หน้ามืดเป็นลมบ้าง วันหนึ่งเธอล้มลงกลางถนนระหว่างที่กำลังจะไปโรงเรียนทำให้คางแตกแม่ของเธอรีบพาตัวไปส่งโรงพยาบาลทันทีแผลเป็นที่คางของเธอนั้นไม่ได้เป็นปัญหาหนักเท่าไหร่ แต่แม่ของ Aya ที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนไปของเธอตัดสินใจให้หมอตรวจร่างกายของเธอเพื่อความสบายใจ เธอจึงปรึกษากับหมอ Mizuno จึงได้มีการ Scan สมอง เพื่อวินิจฉัยหมอ Mizuno ทราบผลและเห็นว่าอาการไม่ท่าจะดีจึงรีบโทรไปหาแม่ของ Aya เพื่อให้เธอและสามีมาฟังผลด้วยตัวเองพร้อมกันด่วน แม่ของ Aya กังวลแต่ก็ตัดสินใจไปคนเดียวเพราะเกรงว่าพ่อของ Aya จะตกใจและยังไม่พร้อมจะรับเพราะเธอสังหรณ์ว่าต้องเป็นผลที่ไม่ดีแน่หมอ Mizuno บอกว่าเธอเป็นโรค Ataxia ที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ( spinocerebellar ataxia ) เป็นโรคซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดสมองน้อยซีรีเบลลั่มฝ่อแล้วนำมาซึ่งอาการ Ataxia (ภาวะเดินเซ) ซึ่งจะทำให้มีอาการวิงเวียน, เดินสะดุด มีปัญหาในการกะระยะคว้าหรือหยิบของ และต่อมาจะค่อยๆ เริ่มมีอุปสรรคในการ เขียนหนังสือ...เดิน พูด และสุดท้ายต้องนอนนิ่งๆเพราะแทบทำอะไรไม่ได้เลยในที่สุด............
Finale... Aya อายุได้ 20 ปีและเขียนไดอารี่มาตลอดระยะเวลาแม้ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและหลังจากที่เธอได้รับขอร้องจากอาจารย์สมัยเรียนในการส่งบทความเพื่อนำไปตีพิมพ์เธอก็เขียนไดอารี่ทุกวันตลอดมาส่วน Haruki ก็มุ่งมั่นกับการเรียนแพทย์ และติดต่อกับ Aya ทางจดหมาย มาเป็นเวลา 1 ปีวันหนึ่ง พ่อ-แม่น้องๆ ต่างก็มารวมตัวกันเพื่อมาพบ Aya อย่างพร้อมหน้า และบอกให้รู้ว่าภาพที่เธอวาดได้รับการคัดเลือกให้โชว์ในงานโรงเรียน เธอดีใจมากและบอกว่าอยากกลับไปที่โรงเรียน ทั้งครอบครัวจึงได้พาเธอกลับไปที่โรงเรียนอีกครั้งหลังจากนั้นไม่นาน หมอ Mizuno ได้ไปพบกับ Haruki ที่กลุ้มใจว่าไม่สามารถช่วยอะไร Aya ได้ เขาอยากที่จะหาทางรักษา Aya ให้ได้ใกล้วัน Christmas… Aya ได้บอกกับแม่ว่าเธออยากกลับบ้าน แม่ของเธอจึงได้ไปปรึกษากับ หมอ Mizuno ว่าจะให้เธอกลับบ้านสักวันได้หรือไม่ ซึ่งหมอ Mizuno บอกว่าหากเธอต้องการอย่างนั้นจริงๆ ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ 1 วัน พ่อ-แม่ของ Aya ได้บอกถึงอาการของ Aya ให้น้องๆ ทราบและขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจ และทำดีกับเธอในวันที่เธอจะกลับมานอนที่บ้านหลังจากนั้นไม่นาน Haruki ไปเยี่ยม Aya ที่โรงพยาบาล Aya ขอให้ Haruki อ่านไดอารี่ให้เธอฟัง....Haruki กล่าวพลางน้ำตาที่ไหลลงมาว่า “เธออดทน และพยายามมากจริงๆที่จะมีชีวิตอยู่” และตอนนั้นเอง Aya ได้ชี้ไปที่กระดานอักษรเพื่อที่จะบอก Haruki ว่า “จงอยู่ต่อไปนะ” “ขอให้มีชีวิตอยู่ตลอดไปนะ” และหน้าสุดท้ายของไดอารี่มีข้อความที่เขียนด้วยลายมือที่แทบจะไม่เป็นตัวว่า “ขอบคุณมากจ๊ะ”หลังจากนั้น 5 ปี Aya ก็สิ้นใจ และเมื่อวันครบรอบ 1 ปีของการจากไปของ Aya แม่ของ Aya ได้เขียนจดหมายถึง Aya ลงบนไดอารี่ของ Aya ว่า...“แม่ไม่ได้เจอกลูกมาเป็นเวลา 1ปีแล้ว....ลูกเดินอยู่รึเปล่า...ลูกทานข้าวได้รึเปล่า...ลูกหัวเราะเสียงดังได้ไหม และพูดคุยได้รึเปล่า...ถึงแม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่ข้างๆ ลูก ลูกสามารถยืนหยัดอยู่ได้ใช่มั๊ยจ๊ะ...แม่เอง...เพียงแค่...เป็นห่วงลูกมากจนไม่เป็นอันทำอะไร ก็ Aya ไปอยู่ในที่ที่แสนไกลที่ไม่อาจติดต่อกันได้แม้จะทางโทรศัพท์หรือจดหมาย ลูกมีความสุขดีอยู่ไหม และสบายดีมั๊ยจ๊ะ...แม่จำได้ว่าลูกเคยถามว่า... “ทำไมโรคร้ายถึงเลือกตัวลูก”... “ทำไมคนเราถึงต้องมีชีวิตอยู่”....ลูกทรมาน ทรมานจนร้องไห้ และสงสัยว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่...แม่เองก็คิดมาจนถึงทุกวันนี้...และก็ยังคงไม่พบคำตอบอยู่ดี...แต่ว่า Aya จ๊ะ...เป็นเพราะลูกทำให้ใครหลายคนคิดได้ว่าการมีชีวิตอยู่ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่ในทุกๆ วันนั้นมันช่างเป็นคืนวันแห่งความอบอุ่นจริงๆ และคนที่ทรมานเพราะโรคนี้ ก็เข้าใจว่าแท้ที่จริงเขาไม่ใช่ตัวคนเดียวในโลกนี้เลย น้ำตามากมายที่ไหลออกมาของลูก ก่อให้เกิดคำพูดมากมาย ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของใครหลายๆ คน Aya จ๊ะ...หวังว่าอยู่ที่นั่นลูกคงไม่ร้องไห้แล้วนะ แม่อยากจะเห็นรอยยิ้มของลูกอีกสักครั้งจัง...”ที่หน้าหลุมศพของ Aya พ่อ-แม่ของ Aya ได้พบกับหมอ Mizuno อีกครั้ง...หมอ Mizuno กล่าวว่า “ลูกสาวของคุณเป็นคนที่สุดยอดมากครับ” และไม่นานก็ค่อยๆ มีบรรดาเพื่อนๆ ของ Aya คนอื่นๆทั้งคนแก่ หนุ่ม-สาว หรือแม้แต่คนป่วยที่นั่งในรถเข็น ต่างก็นำดอกเยอบีร่าสีแดงมาคำนับเธอที่หลุมฝังศพ…เหมือนจะแสดงถึงความรู้สึกต่อเธอ...
|