อย่ายอมแพ้
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที 6 มิถุนายน 2553
“มนุษย์แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนโลกใบนี้ตรงที่สามารถเรียนรู้ และเข้าใจได้โดยที่ไม่ต้อง ประสบกับเหตุการณ์ด้วยตัวเอง มนุษย์สามารถคิดจากจิตใจของคนอื่น จินตนาการว่าตัวเองยืนอยู่ใน พื้นที่ของคนอื่น แน่นอนว่าสิ่งนี้คือ อำนาจที่เป็นกลาง เหมือนกับเวทย์มนตร์ในนิยายของฉัน คนอาจจะ ใช้ความสามารถแบบนี้ในการชักใยหรือควบคุม หรือใช้มันเพื่อสร้างความเข้าใจหรือความเห็นอกเห็นใจ”
นี่คือ ส่วนหนึ่งของสุนทรพจน์ของผู้เขียนหนังสือ แฮรี่ พอร์ตเตอร์ วรรณกรรมเยาวชนอันโด่งดัง เจ เค โรลริ่ง กล่าวข้อความนี้กับผู้จบการศึกษาจาก สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เนื้อความที่ น่าสนใจ คือ เราทุกคนต่างมีอำนาจเช่นนี้ สำนึกของพลังความคิดและจินตนาการช่วยนำพาให้เรารับรู้ เข้าใจ สัมผัสและรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้คนรอบตัวเรา โดยไม่จำเป็นว่าเราจะต้องเคยมีประสบการณ์นั้น มาก่อนหรือไม่ สำนึกจินตนาการช่วยให้เรารับรู้และเข้าใจเกิดอะไรขึ้นกับคนที่กำลังประสบความทุกข์ ความสุขหรือประสบการณ์ใดๆ ก็ตาม เราอาจจะเรียกพลังอำนาจนี้ว่า ความเห็นอกเห็นใจ หรือ การโน้ม น้าวชักจูง
กระนั้นอำนาจความสามารถนี้ก็ต้องอาศัยเจตนาในการทำงาน เจตนาของการเปิดใจ รับฟัง เจตนาของการปล่อยวางอคติ เจตนาของการยอมรับเรื่องราวของคนอื่นเข้ามาไว้ในใจ รวมไปถึงเจตนาของ การเปิดให้ความเมตตากรุณาที่มีอยุ่ในใจได้แสดงตัวเองออกมาด้วย ในอีกทางหนึ่ง เพราะเราทุกคนต่างมี ความสามารถเช่นนี้ อำนาจความสามารถก็อาจถูกหลอกใช้ผ่านเรื่องราว คำพูดที่มีพลังโน้มน้าวให้คิดหรือ เชื่อตามวัตถุประสงค์ที่แอบแฝง หากเราละเลยเจตนาในเรื่องการพินิจพิจารณา
ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา กระแสข้อมูลข่าวสาร ความขัดแย้งจากฝ่ายผู้ชุมนุมเสื้อแดง ฝ่าย รัฐบาลรวมถึงฝ่ายต่างๆ กระทำให้เราทุกคนต่างตกอยู่ในภาวะสงครามทั้งสงครามภายนอก และสงครามภายใน ในภาวะสงคราม สิ่งที่เกิดขึ้นต่อร่างกาย คือ ภาวะเครียด เกร็ง กังวล หดหู่ เศร้าหมอง ขณะเดียวกันร่างกายของเราก็มีภาวะของหัวใจเต้นเร็ว ต่อมอะดรีนาลีนหลั่งสารเคมีเพื่อกระตุ้นเร้าให้ร่างกายพร้อมตอบโต้เหตุการณ์ที่เข้ามาคุกคามด้วยพละกำลังที่เพิ่มพูน ความกลัวหายไป เหลือแต่พลังของสัญชาตญาณการเอาตัวรอด สติปัญญาและความนึกคิดถูกใช้เพื่อการเอาตัวรอด เพื่อการเอาชนะ
ผลกระทบของภาวะสงครามที่มีต่อจิตใจ และสติปัญญาความนึกคิด คือ การยึดถือความคิด ความเชื่อในอุดมการณ์ ในความถูกต้องของฝ่ายตน ดังนั้นการยึดถือฝ่าย ถือข้างและมุ่งมั่นกับสิ่งที่คิด และเชื่อจึงเป็นพลังที่ด้านหนึ่ง ช่วยให้เราไม่ต้องรับความเสี่ยง ไม่ต้องเจ็บปวดกับการเผชิญหน้าความจริง พลังอีกทางก็คือ การมีพวกพ้องที่ร่วมอุดมการณ์ด้วยกัน ผิดถูก อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับว่าตัวตนของเรามีการขยายใหญ่ขึ้น มีอำนาจมากขึ้นจากกลุ่มใหญ่ที่หนุนหลัง
จะเลือกเชื่อ หรือเลือกใส่เสื้อสีอะไรก็ตาม ล่วงเลยถึงวันนี้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองร่วม 88 ศพ บาดเจ็บและพิการอีกมากมายร่วมพันกว่าคน สิ่งทึ่พึงสังวรด้วยคือ เหตุการณ์ การสูญเสียเช่นนี้ก่อบาดแผลในจิตใจ และสามารถเพาะเป็นมะเร็งร้ายที่จะกลับมากัดกินองคาพยพส่วน ต่างๆ ของชีวิต และของสังคมต่อไป ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตชี้ว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตเสี่ยงโรคซึมเศร้าโรคเครียดรุนแรง จากการสำรวจผุ้ได้รับผลกระทบมีปฏิกิริยาทางอารมณ์ จิตใจ คือ หดหู่ เศร้าเสียใจ ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเกิดภาวะซึมเศร้า บางส่วนมีภาวะโกรธแค้น เครียด ซึ่งมีโอกาสจะนำไปสู่โอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคเครียดรุนแรงจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ “PTSD” (Post traumatic stress disorder) และภาวะโรคซึมเศร้า โรคเครียดรุนแรงก็จะมีโอกาสนำไปสู่การฆ่าตัวตาย และฆ่าผู้อื่นได้ และหากผู้ได้รับผลกระทบพบว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับความใส่ใจ บาดแผลนี้ก็ ยิ่งพร้อมในการเป็นมะเร็งร้ายเพื่อลุกลามต่อไป
อย่างไรก็ดี ทุกขเวทนาจากควมเครียด ซึมเศร้า แค้นเคืองนี้มันกัดกิน และบั่นทอนชีวิต และ ความสุขในตัวเรา ในคนรอบข้าง กระนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป เรายังต้องสัมผัส และสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ต่อไป ชัยชนะหรือพ่ายแพ้ ล้วนไร้ความหมาย เมื่อสิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่ท่ามกลางน้ำตา และเลือดเนื้อ รวมถึง บาดแผล สิ่งที่มีอยู่ก็คือ ผู้แพ้ ผู้ชนะที่ยังต้องอยุ่ร่วมสังคมเดียวกัน เราต่างต้องร่วมทุกข์ร่วมสุข ผู้ชนะไม่ อาจเป็นสุขได้ ในเมื่อคนรอบข้าง คนร่วมสังคมยังมีความทุกข์อยู่ และหนทางเดียวเดียวที่จะคืนสังคม ที่สงบสุข สังคมที่สมาชิกในสังคมที่เราอาจไม่ได้รักกัน แต่อย่างน้อยเรายังมีน้ำใจ ไม่คิดร้ายต่ออีกฝ่าย คือ สิ่งที่เราต้องช่วยกัน หาหนทางปรองดอง และสานสัมพันธ์กับอีกฝ่าย
ปรากกการณ์เสื้อแดงที่เกิดขึ้น อาจมีความซับซ้อน ความหลากหลายของกลุ่มต่างๆ ที่ร่วมขบวนการ ความแตกต่างในวัตถุประสงค์ รวมถึงไปความหลายระดับของการรับรู้และความเข้าใจต่อเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น คำอธิบายหรือคำนิยามต่างๆ เช่น ควายแดง กลุ่มผู้ก่อการร้าย แดงถ่อย ฯลฯ คำถามคือ คำอธิบาย เหล่านี้นำไปสู่ผลลัพท์อะไร หากนำไปสู่ความแตกแยกก็ไม่ได้ตอบโจทย์อะไร นอกจากความสะใจ และความสุขจากการมีฝักฝ่าย แยกพวกแยกเหล่า มีแต่การสานไมตรี การค้นหาความจริง และเจตนาที่เรา จะอยู่ร่วมกันในสังคม กระนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ได้มาโดยง่ายดาย เราต่างต้องทำสงครามภายในกับตนเอง และเรายอมแพ้ไม่ได้ด้วย
สงครามภายในนี้คือ การเอาชนะอคติความถูก ความผิด การเอาชนะความเกียจคร้านและเฉื่อยชา กับเรื่องทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา ไม่จำนนพ่ายแพ้กับการมัวเมากับ กิน กาม เกียรติ ตามกระแสบริโภค นิยม แม้แต่ฝ่ายพ่ายแพ้ที่มองว่าตนเองถูกกระทำ ถูกทำร้ายก็ต้องเอาชนะสงครามของความโกรธ เกลียด และกลัว มีแต่หนทางการยอมรับความจริง และเจตนาที่จะคืนดี คือ หนทางเยียวยาเพื่อการอยู่ร่วมกัน ของผู้คนในสังคม นั่นจึงเป็นหลักประกันว่า ตัวเรา และลูกหลานของเราจะได้มีสังคมที่สงบสุขโอบอุ้มอยู่ ไม่ใช่สังคมที่เกลียดชังกันคอยต้อนรับพวกเรา และเราทุกคนต้องช่วยกันสร้างสังคมสงบสุข
โดย…..ชัยยศ ยโสธโร