บทความของผู้เขียน

กระบวนกรสำคัญไฉนในการเรียนรู้ที่ทรงพลัง(3)

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 15 สิงหาคม 2553

ความจาก๒ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การเรียนรู้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้เรียนอย่างลึกซึ้ง อันได้แก่การสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายและทรงพลัง และการสรุปบทเรียนเพื่อให้เกิดการใคร่ครวญภายในและแลกเปลี่ยนแบ่งปันภายในกลุ่มที่เรียนด้วยกัน ดังนั้นกระบวนกรจึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้หรือสอนเพียงอย่างเดียว แต่กลับต้องทำหน้าที่สำคัญคือ การออกแบบกระบวนการเรียนรู้อันสร้างสรรค์สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนรวมถึงเป้าหมายและเนื้อหา ทั้งยังทำหน้าที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ใคร่ครวญบทเรียนอย่างลึกซึ้ง สามารถตั้งคำถามเชื่อมโยงเพื่อดึงบทเรียนจากภายในของผู้เรียนให้ปรากฏออกมา ที่สำคัญยังต้องสามารถเชื่อมโยงบทเรียนจากผู้เรียนทุกคนให้เกิดการแลกเปลี่ยนแบ่งปันจนสังเคราะห์เป็นบทเรียนที่นำไปใช้ได้สอดคล้องกับความเป็นจริง ด้วยเหตุนี้กระบวนกรจำต้องสั่งสมคุณสมบัติภายในตลอดจนทักษะพื้นฐานของการเป็นกระบวนกร ดังต่อไปนี้

อ่านต่อ »

โดย » ปรีดา เรืองวิชาธร ใน วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2010 ไม่มีความคิดเห็น

กระบวนกรสำคัญไฉนในการเรียนรู้ที่ทรงพลัง(2)

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 8 สิงหาคม 2553
สัปดาห์ที่แล้วได้กล่าวถึงองค์ประกอบที่ทำให้การเรียนรู้เปลี่ยนแปลงคนได้อย่างลึกซึ้ง ในแง่ของการจัดวางเนื้อหาการเรียนรู้ให้เชื่อมโยง ถึงความจริงอันเกี่ยวกับสภาวะภายในของคนและการออกแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายและทรงพลังไปแล้ว จากนี้ไปจะได้กล่าวถึงอีก 2 องค์ประกอบที่สำคัญของการจัดการเรียนรู้ที่ทรงพลัง นั่นคือการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และการสรุปหรือการถอดบทเรียน

การจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์
นอกจากจะต้องใส่ใจการจัดวางเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้ที่เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงภายในที่ลุ่มลึกแล้ว กระบวนกรควรใส่ใจในการปรับบรรยากาศที่โน้มนำให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้สูงจนเข้าสู่บทเรียนได้ง่ายรวมถึงเข้าถึงประสบการณ์ภายในอย่างลึกซึ้ง การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์แบ่งเป็น 2 นัย

อ่านต่อ »

โดย » ปรีดา เรืองวิชาธร ใน วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2010 ไม่มีความคิดเห็น

กระบวนกรสำคัญไฉนในการเรียนรู้ที่ทรงพลัง(1)

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 1 สิงหาคม 2553

การเรียนรู้ที่ทรงพลังที่จะกล่าวถึงในที่นี้จะหมายเน้นถึงการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงภายในระดับลึกของผู้เรียน ทั้งด้านพฤติกรรม ความสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคม ด้านจิตใจและปัญญา ซึ่งเป้าหมายทั้ง 4 ด้านล้วนเชื่อมโยงสนับสนุนกันอย่างแยกไม่ออก และมักจะเป็นเป้าหมายที่สถาบันการศึกษาหลักในสังคมเกือบทั้งหมดไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะมุ่งให้ความสำคัญเฉพาะการศึกษาเรียนรู้เพื่อประกอบวิชาชีพเท่านั้น
อ่านต่อ »

โดย » ปรีดา เรืองวิชาธร ใน วันพุธที่ 4 สิงหาคม 2010 ไม่มีความคิดเห็น

แด่ครูคนกล้าด้วยดวงใจ

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 13 มิถุนายน 2553

ผมได้มีโอกาสดูหนังญี่ปุ่นเรื่อง Fireflies : River of Light เป็นหนังทำออกมาสื่อง่ายๆ ถึงกระบวนการเรียนรู้ที่เปลี่ยนสำนึกภายในของเด็กนักเรียน จะว่าเป็น Dead Poets Society ฉบับญี่ปุ่นก็ว่าได้ เพียงแต่รายละเอียดของเนื้อเรื่องและวิธีการนำเสนอต่างกัน มีอยู่ตอนหนึ่งที่เด็กนักเรียนถามครูของพวกเขาเกี่ยวกับวงจรชีวิตของหิ่งห้อย ครูอ้ำอึ้งสักครู่แล้วก็ตอบว่า ครูไม่รู้เหมือนกันแต่สัญญาว่าจะค้นคำตอบมาเล่าให้ฟัง เด็กคนหนึ่งสวนขึ้นมาทันทีว่า เรื่องนี้ครูไม่รู้ได้ไง ครูเจออย่างนี้ก็ชักจะมีอารมณ์ เด็กคนนั้นจึงพูดดักคอต่ออีกว่า ครูโกรธเหรอ ถึงตอนนี้ครูเลยนิ่งแบบอึ้งๆ ไป ภายหลังจากนี้เรื่องระหว่างครูกับเด็กก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ครูเองก็ยอมรับได้อย่างจริงใจว่า ตนเองได้เรียนรู้จากเด็กนักเรียนมากมาย ขณะเดียวกันเด็กๆ ก็กลับรักนับถือครูคนนี้ด้วยใจจริง
อ่านต่อ »

โดย » ปรีดา เรืองวิชาธร ใน วันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2010 ไม่มีความคิดเห็น

ความกล้าหาญบนเส้นทางแห่งการเรียนรู้

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 23 พฤษภาคม 2553

ในกระบวนการเรียนรู้ชนิดที่สามารถเปลี่ยนแปลงคนได้อย่างลึกซึ้งนั้น ความกล้าหาญถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ลุ่มลึก เพราะเท่าที่สังเกตและรับฟังเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของการเติบโตภายในที่สำคัญๆของหลายคน ล้วนมีกลิ่นไอของความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญผสมอยู่ในการเรียนรู้ขณะนั้นๆ ที่กล่าวมานี้ก็มิได้หมายความว่า จะต้องพยายามสลัดทิ้งความกลัวภายในให้หมดก่อนทุกครั้งที่จะเรียนรู้สิ่งใด

สำหรับเราในฐานะผู้เรียน จะมีบางขณะที่กระบวนการเรียนรู้ดำเนินมาถึงบทเรียนสำคัญคือ ภาวะต้องเผชิญหน้ากับตัวตนภายใน โดยเฉพาะครูหรือกระบวนกร(ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วม)บางท่านสามารถนำพวกเราเรียนรู้ไปสู่โลกภายใน ทำให้เราเห็นกิเลสวาสนาที่เราติดยึด เห็นการทำงานอย่างสลับซับซ้อนและรวดเร็วของจิตซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเป็นร่องลึกของอารมณ์ แต่เราก็แทบไม่รู้สึกตัวและแสดงออกมาเป็นบุคลิกด้านร้ายประจำตัว หลายคนขณะที่บทเรียนเกี่ยวกับตัวตนภายในกำลังดำเนินมาอยู่ตรงหน้านี้จะรู้สึกไม่คุ้นเคยที่ได้เห็นมัน บางคนไม่อยากเชื่อไม่อยากเห็นว่าตัวตนภายในที่เป็นจริงของเราเป็นอย่างนี้(ทั้งๆที่เราก็มีเมล็ดพันธุ์ด้านดีอยู่ไม่น้อย) เพราะการรับรู้ตัวตนภายในอย่างซื่อตรงนี้มักทำให้เราเจ็บปวด ไปจนถึงกลัวและเกลียดตัวเองได้ง่ายโดยเฉพาะคนที่ติดดีหรือมีภาพลักษณ์ภายนอกดูดี
อ่านต่อ »

โดย » ปรีดา เรืองวิชาธร ใน วันพอังคารที่ 1 มิถุนายน 2010 ไม่มีความคิดเห็น