บทความของผู้เขียน

จะปฏิรูปประเทศไทย ต้องปรับให้ลึกถึงอุปนิสัยคน

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 18 กรกฎาคม 2553

องค์ประกอบรัฐกับส่วนที่ต้องพัฒนา
ดังที่เคยนำเสนอในบทความเรื่อง “ราษฎรไม่อ่อนแอ…ไทย (จึงจะ) เข้มแข็ง” (โพสต์ทูเดย์ 22 พฤศจิกายน 2552) ว่า Georg Jellinek นักคิดชาวเยอรมัน แบ่งองค์ประกอบอันเป็นสาระสำคัญของรัฐออกเป็น 3 ประการ คือ 1. ราษฎร หมายถึง พลเมืองที่เป็นสมาชิกของรัฐ 2. อาณาเขต ได้แก่ พื้นที่ที่รัฐใช้อำนาจปกครองหรือมีอำนาจเหนือ 3. อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจรัฐ (Jellinek จัดรัฐบาลรวมเข้าในอำนาจอธิปไตย เพราะรัฐบาลใช้อำนาจบริหาร อันเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย แต่นักคิดบางคนแยกรัฐบาลออกเป็นองค์ประกอบข้อที่ 4 ต่างหาก) เมื่อองค์ประกอบครบตามข้างต้นรัฐก็เกิดขึ้น

บรรดาองค์ประกอบทั้ง 3 ข้อนั้น พลเมืองและดินแดนเป็นองค์ประกอบในทางข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ เป็นองค์ประกอบที่มีชีวิตจิตใจและเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบำรุงรักษาดินแดนและอำนาจรัฐให้คงอยู่ เจริญหรือเสื่อม ดังนั้นในบรรดาองค์ประกอบของรัฐทั้ง 3 ประการนั้น องค์ประกอบที่ต้องพัฒนาคือราษฎร
อ่านต่อ »

โดย » เชาวลิต บุณยภูษิต ใน วันพุธที่ 4 สิงหาคม 2010 1 ความคิดเห็น

รักแท้มีแต่เผื่อแผ่ความสุขให้ผู้อื่น

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 17 มกราคม 2553

คงยังจำกันได้ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2549 พระองค์ทรงยกคุณธรรม 4 ประการอันเป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคีของคนในชาติอันจะทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ประการแรก คือ การที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน

เมตตา คือความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน ความอยากให้คนอื่นเป็นสุข มีจิตเผื่อแผ่ไมตรีและคิดทำประโยชน์แก่มนุษย์สัตว์ทั้งหลายโดยชอบ (พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม) เป็นหลักธรรมที่ควรพัฒนาให้เกิดขึ้นในมวลหมู่ชาวไทยในสังคมไทยให้มาก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เกิดการแบ่งแยกฝักฝ่ายกันอย่างชัดแจ้งและสิ่งนั้นยังคงดำรงอยู่ มิฉะนั้นการห้ำหั่นกันระหว่างฝักฝ่ายจะดำเนินไปไม่สิ้นสุด แต่ถ้าการคิด การทำ การพูด อยู่บนพื้นฐานของความปรารถนาดีต่อกัน ทำให้ระลึกถึงกัน มีความเคารพกัน ช่วยเหลือกัน สามัคคีพร้อมเพรียงกัน และจะทำให้เกิดการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อกัน
อ่านต่อ »

โดย » เชาวลิต บุณยภูษิต ใน วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2010 ไม่มีความคิดเห็น

ก้าวให้พ้นหล่มความขัดแย้ง

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 27 ธันวาคม 2552

ผมเคยนำเสนอในบทความ “มองให้กว้าง คิดให้ไกล ใฝ่ให้สูง” (โพสต์ทูเดย์ 9 มีนาคม 2551) ว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่พึงปรารถนาต้องเริ่มที่ประชาชนแต่ละคนปกครองตัวเองได้ ประชาชนที่ปกครองตัวเองได้คือประชาชนที่ใช้หลักความถูกต้องดีงามในการตัดสินใจ (ธรรมาธิปไตย) ถ้าเราปกครองตัวเองไม่ได้ ก็มาปกครองกันเองไม่ได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องพัฒนาคุณภาพของคนให้ปกครองตนเองได้

ในห้วงเวลา 4-5 ปีนี้ สังคมเราตกและติด “หล่ม” การต่อสู้เรียกร้องกันในนามของสิ่งที่เรียกขานกันว่า “ประชาธิปไตย” บางคนถึงขนาดเสียชีวิต เสียอวัยวะ เกิดการทำร้ายเบียดเบียนกันระหว่างคนไทยด้วยกันเอง แต่ต่างกลุ่ม ต่างสี ต่างหน้าที่กัน คงไม่เกินเลยหากจะพูดว่าถึงขนาดยอมเป็นยอมตายกันเพื่ออุดมคติของตัวโดยไม่รู้ว่าจะได้ลิ้มลองรสหรือเสพเนื้อแท้ของ “ประชาธิปไตย” กันหรือไม่
อ่านต่อ »

โดย » เชาวลิต บุณยภูษิต ใน วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2010 ไม่มีความคิดเห็น

ราษฎรไม่อ่อนแอ…ไทย (จึงจะ) เข้มแข็ง

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 22 พฤศจิกายน 2552

รัฐคือชุมชนการเมืองที่อยู่ในดินแดนที่แน่นอนแห่งใดแห่งหนึ่ง และมีการปกครองของตนเองที่ถือว่าเป็นอำนาจการปกครองสูงสุดไม่ขึ้นต่ออำนาจอื่นใด ด้านความเป็นมา รัฐเริ่มวิวัฒนาการจากสังคมหน่วยเล็กที่สุดคือครอบครัว เป็นโคตรตระกูล ชนเผ่าและกลายเป็นรัฐในที่สุด ส่วนองค์ประกอบอันเป็นสาระสำคัญของรัฐ Georg Jellinek นักคิดชาวเยอรมัน แบ่งออกเป็น 3 ประการ คือ

1. ราษฎร พลเมืองที่เป็นสมาชิกของรัฐ กลุ่มคนที่อยู่ภายใต้อำนาจรัฐ ได้แก่ บุคคลที่มีสัญชาติของรัฐ

2. อาณาเขต พื้นที่ที่รัฐใช้อำนาจปกครองหรือมีอำนาจเหนืออาณาเขต อันประกอบด้วยแผ่นดิน ผืนน้ำในแผ่นดิน รวมถึงทะเล แผ่นฟ้าเหนือแผ่นดินและผืนน้ำ

3. อำนาจอธิปไตย อำนาจรัฐ อำนาจสูงสุดของประเทศ นักคิดบางท่านแยกรัฐบาลออกเป็นองค์ประกอบข้อที่ 4 แต่ Jellinek จัดรัฐบาลรวมเข้าในอำนาจอธิปไตย เพราะรัฐบาลใช้อำนาจบริหาร อันเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย
อ่านต่อ »

โดย » เชาวลิต บุณยภูษิต ใน วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2009 ไม่มีความคิดเห็น

The Rule of Law ต้องพัฒนาต่อให้ถึงปัญญา

โพสต์ทูเดย์ ฉบับเดือน 1 พฤศจิกายน 2552

The Rule of Law : กำเนิดและองค์ประกอบ
ศัพท์คำหนึ่งที่เป็นศัพท์ฮิตติดปากในแวดวงการเมืองในช่วงหลายปีหลังนี้คือ นิติรัฐหรือนิติธรรม ซึ่งเกิดขึ้นและได้รับการยอมรับในประเทศตะวันตก และมีผู้เรียกร้องให้สร้างหลักนี้ขึ้นในประเทศไทย นิติรัฐมาจากศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “The Rule of Law” และปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในรูปศัพท์ “นิติธรรม” ๒ ที่ คือ มาตรา ๓ วรรค ๒ “การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม” และในมาตรา ๗๘ (๖) ซึ่งบัญญัติเกี่ยวกับแนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดินไว้ว่า “ดำเนินการให้หน่วยงานทางกฎหมายที่มีหน้าที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐตามกฎหมายและตรวจสอบการตรากฎหมายของรัฐ ดำเนินการอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามหลักนิติธรรม”
อ่านต่อ »

โดย » เชาวลิต บุณยภูษิต ใน วันพอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2009 ไม่มีความคิดเห็น